
พร – พรพรรณ ทับแสง
อาสาคืนถิ่นรุ่น 8 จังหวัดพิษณุโลก
จุดเริ่มต้นของการกลับบ้าน
เล่าให้ฟังหน่อยว่า Life Project ที่กลับไปทำงานในพื้นที่ เป้าหมายที่อยากเห็นคืออะไร และมีเรื่องราวหรือเคสไหนระหว่างทางที่ประทับใจจนอยากนำมาเล่าให้ได้เห็นภาพไปพร้อมกันบ้าง ?
สำหรับ พร – พรพรรณ ทับแสง การกลับบ้านเกิดขึ้นมาค่อนข้างหลายปีแล้ว จุดเริ่มต้นมาจากการทำงานร่วมกับเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน และเมื่อทำงานไปเรื่อยๆ เธอก็เริ่มมองเห็นว่า ความรู้ด้านกฎหมายที่ตัวเองมีอยู่นั้นอาจนำกลับมาใช้ประโยชน์กับคนในพื้นที่ได้มากกว่าการใช้ความรู้เพื่อทำงานหรือหาเงินเพียงอย่างเดียว
จากความคิดนั้นจึงเกิด Life Project “นักกฎหมายคืนถิ่น – Lawyer Returns” ขึ้นในฐานะนักกฎหมายและทนายความ พรอยากนำความรู้ที่ตัวเองมีมาแบ่งปันให้คนในชุมชนได้รู้จักสิทธิของตัวเองมากขึ้น เพราะเมื่อได้ลงพื้นที่จริง เธอพบว่าหลายครั้งคนในชุมชนไม่ได้ไม่มีสิทธิ แต่พวกเขาอาจไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรเมื่อเกิดปัญหาบางคนพลาดเพียงจุดเล็กๆ อย่างการเก็บพยานหลักฐาน ทำให้เมื่อถึงเวลาที่ต้องต่อสู้กลับไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะใช้ยืนยันสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้ทำให้พรเห็นว่าการลงพื้นที่ การจัดกิจกรรม หรือการทำ Workshop ให้ความรู้ รวมถึงการบอกว่ามีหน่วยงานใดที่สามารถช่วยเหลือได้ ล้วนเป็นสิ่งที่มีความหมาย เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความรู้ทางกฎหมายไม่ได้ควรอยู่เพียงในห้องทำงานของนักกฎหมาย แต่ควรเดินทางไปถึงคนที่อาจต้องใช้มันในชีวิตจริงด้วย
สิ่งที่ทำให้พรประทับใจมากที่สุดกลับเป็นเรื่องของเด็กและเยาวชน เพราะกลุ่มเป้าหมายของเธอไม่ได้มีเพียงผู้ใหญ่หรือคนในชุมชน หากยังรวมถึงน้องๆ ระดับมัธยมปลายและมหาวิทยาลัยด้วย
หลังจากทำกิจกรรม บางครั้งมีน้องเข้ามาถามว่า
“พี่ครับ มันมีกิจกรรมอะไรเกี่ยวกับด้านนี้ไหม พอดีหนูอยากเรียนนิติศาสตร์”
สำหรับพรคำถามสั้นๆ นี้มีความหมายมาก อย่างน้อยที่สุด การทำงานของเธอก็ได้ทำให้เด็กคนหนึ่งมองเห็นความเป็นไปได้บางอย่างในชีวิต ได้เห็นว่ามีคนทำงานด้านนี้อยู่ในพื้นที่ และเกิดความสนใจที่จะเรียนรู้ต่อ ต่อให้น้องคนนั้นในอนาคตไม่ได้เป็นทนาย หรือไม่ได้ทำงานเหมือนเธอ ก็ไม่เป็นไร เพราะสิ่งสำคัญคือการได้จุดประกายบางอย่างให้เกิดขึ้นในตัวเขา
“คำคลาสสิก” ที่พบระหว่างทาง
เมื่อกลับมาทำงานกับชุมชน มีเรื่องอะไรที่รู้สึกว่าเป็น “คำคลาสสิก” หรือสิ่งที่มักพบเจออยู่เสมอ และเรียนรู้หรือรับมือกับสิ่งเหล่านั้นอย่างไร ?
สำหรับพร “ทุกคนจะได้รับความยุติธรรม” และเรื่องการต่อสู้ทางกฎหมายที่ไม่เท่ากัน เรื่องหนึ่งที่เธอพบอยู่เสมอคือความไม่เท่าเทียม โดยเฉพาะเมื่อปัญหาทางกฎหมายไปเกี่ยวข้องกับคนที่มีอำนาจหรือมีทรัพยากรไม่เท่ากัน
เธอเล่าถึงกรณีที่มีการละเมิดบางอย่างในสถานศึกษา ขณะที่ผู้มีอำนาจในพื้นที่มีอิทธิพลมากพอที่จะดำเนินการบางอย่างเพื่อปิดปากหรือทำให้เรื่องไม่เดินหน้าต่อ และเมื่อคนที่ได้รับผลกระทบไม่มีอำนาจหรือทรัพยากรมากพอ การต่อสู้ทางคดีก็กลายเป็นเรื่องที่หนักมาก
เพราะคดีหนึ่งคดีไม่ได้หมายถึงเพียงการขึ้นศาล หมายถึงทั้งเงิน เวลา สุขภาพจิต รวมถึงในบางกรณีอาจกระทบไปถึงครอบครัวและหน้าที่การงาน สิ่งเหล่านี้ทำให้พรยิ่งเห็นความสำคัญของการนำความรู้ทางกฎหมายกลับมาอยู่กับคนในพื้นที่ เพราะอย่างน้อยที่สุด หากคนรู้ว่าตัวเองมีสิทธิอะไร และรู้ว่ามีช่องทางไหนให้ขอความช่วยเหลือ พวกเขาก็อาจมีต้นทุนในการปกป้องตัวเองมากขึ้น
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากบ้านดุง
ตลอดเกือบหนึ่งสัปดาห์ที่ได้มาเรียนรู้และใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านดุง มีอะไรบ้างที่ทำให้เห็นความแตกต่างจากบ้านของตัวเอง และหากเลือกนำสิ่งดีๆ จากบ้านดุงกลับไปพัฒนาบ้านหรือชุมชนของตัวเองได้หนึ่งอย่าง อยากนำอะไรกลับไป ?
สำหรับพร บ้านดุงทำให้เธอเห็นว่าพื้นที่หนึ่งสามารถมีทั้งทรัพยากรธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยว และความสัมพันธ์ของผู้คนที่เข้มแข็งอยู่พร้อมกัน จากการลงพื้นที่ เธอได้เห็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยว ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ชุมชน รวมถึงวัตถุดิบจากธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ และสิ่งหนึ่งที่ประทับใจคือการเห็นคนในชุมชนเข้ามาช่วยกันทำงาน ไม่ได้มีเพียงผู้นำชุมชน ยังมีผู้คนอีกหลายคนที่เข้ามาช่วยสนับสนุนในด้านต่างๆ
สำหรับสิ่งที่อยากนำกลับไป เธอพูดถึงเรื่องการเดินทางและความปลอดภัยในพื้นที่ เพราะบ้านดุงมีไฟแดงไม่มาก แต่ผู้คนสามารถเดินทางไปมาได้อย่างปลอดภัย สิ่งเล็กๆ ที่เห็นระหว่างการเดินทาง จึงกลายเป็นบทเรียนที่อยากนำกลับไปคิดต่อที่บ้านของตัวเอง
ผู้เขียน
สรรเพชญ เกษสุดาภรณ์ศักดิ์
