
เลขาโอ๊ต – วีรวัฒน์ รักเสมอวงค์
เลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองบ้านดุง
สำหรับบทบาทของเขาในวงเสวนาคือการเป็น “เจ้าบ้าน” ในฐานะเลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองบ้านดุง และเป็นตัวแทนของเมืองในการพูดคุยกับคนที่เดินทางเข้ามาเรียนรู้พื้นที่ มุมมองของเขาจึงไม่ได้มองบ้านดุงจากสายตาของคนนอก หากเป็นการมองเมืองจากคนที่อยู่ในโครงสร้างการทำงานของท้องถิ่น
คำถาม : ถ้าไม่เล่าบ้านดุงที่เป็นคำชะโนด เราจะเล่าอะไรให้เพื่อนๆ ได้รู้จักที่นี่บ้าง ?
สำหรับเลขาโอ๊ต บ้านดุงเป็นเมืองที่กลางวันคึกคัก มีรถผ่านไปมา และมีผู้คนอยู่มากมาย แต่สิ่งที่เมืองยังขาดคือ พื้นที่ของโอกาส ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ทางการค้า พื้นที่สำหรับการประกอบอาชีพ หรือพื้นที่สำหรับเด็กและเยาวชน เขายกตัวอย่างเด็กที่อยากแสดงความสามารถด้านโปงลาง แต่กลับต้องไปขอเล่นบนถนนหรือในตลาด ซึ่งผู้คนไม่ได้ตั้งใจมาดูการแสดงเหล่านั้น
สำหรับเขา เมืองที่กำลังจะเติบโตจึงไม่ควรเติบโตเพียงในด้านวัตถุหรือโครงสร้างพื้นฐาน ต้องเติบโตไปพร้อมกับ ผู้คน ด้วย
คำถาม : เราเชื่อหรือไม่ว่าท้องถิ่นจะเปลี่ยนแปลง ต้องมีคนรุ่นใหม่อยู่ในนั้นด้วย ?
คำตอบของเลขาโอ๊ตสั้นและชัดเจน
“100%”
เพราะผู้ใหญ่ทุกคนก็เคยเป็นเด็ก และเด็กแต่ละช่วงวัยมีเวลาของตัวเองที่ไม่สามารถรอได้ หนึ่งปีอาจหมายถึงการพลาดการเรียนรู้หรือพลาดโอกาสบางอย่างไปแล้ว เขาจึงมองว่าโอกาสและการชี้แนะแนวทางเป็นเรื่องสำคัญมาก
ในช่วงที่ผ่านมา เทศบาลเมืองบ้านดุงพยายามสร้างพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงความสามารถมากขึ้น ทั้งการแข่งขันทางวิชาการ ร้องเพลง Cover Dance วาดภาพ หรือแม้แต่การแข่งขันคณิตคิดเร็ว รวมถึงงานบ้านดุง Art Fest ที่ออกแบบมาเพื่อเปิดพื้นที่ให้กับเยาวชนในอำเภอ สำหรับเลขาโอ๊ต การสร้างคนจึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเมือง
คำถาม : อะไรที่จะทำให้คนรุ่นใหม่อยู่รอดได้ เมื่อกลับบ้าน ?
เขามองตรงไปที่เรื่องของ ความสามารถและการแข่งขัน ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไร ทุกอาชีพล้วนมีการแข่งขัน ร้านขนม ร้านชาบู ร้านเครป หรือแม้แต่งานในหน่วยงานต่างๆ ล้วนมีพื้นที่จำกัด
ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการทำให้ตัวเอง “เป็นของจริง”
มีความสามารถมากพอ มีความพยายามมากพอ และเมื่อโอกาสมาถึง ก็สามารถคว้าโอกาสนั้นไว้ได้ แต่ขณะเดียวกัน เขาก็ไม่ได้มองว่าบ้านจำเป็นต้องเป็นสถานที่ทำงานเสมอไป บางคนอาจต้องออกไปเรียนรู้ ออกไปทำงาน ออกไปเผชิญโลกกว้างก่อน แล้ววันหนึ่ง เมื่อมีความพร้อมและประสบความสำเร็จมากพอ จึงค่อยกลับมา การกลับบ้านจึงไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นทันที อาจเกิดขึ้นในวันที่เรามีบางอย่างกลับมาด้วย
คำถาม : ถ้าเลือกได้หนึ่งเรื่อง อยากเห็นอะไรเกิดขึ้นในบ้านดุง ?
สิ่งที่เลขาโอ๊ตอยากเห็นคือเมืองที่ผู้คน “มาแล้วอยู่”
บ้านดุงมีสิ่งที่ดึงดูดคนเข้ามาอยู่แล้ว แต่หลายครั้งคนเดินทางมาคำชะโนด ไหว้ปู่ แล้วก็เดินทางกลับไปพักที่อุดรธานี เขาอยากเห็นบ้านดุงมีพื้นที่ที่ทำให้คนอยากอยู่ต่อ เดินเล่น ดูบ้านเมือง ดูผู้คน ดูกิจกรรม และเห็นสิ่งที่ชุมชนกำลังทำ หนึ่งในภาพที่เขาอยากเห็นคือ ถนนคนเดิน เพราะเมื่อมีพื้นที่ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้คนจะเริ่มบอกต่อ และเมื่อมีคนเดินทางเข้ามา เศรษฐกิจก็จะหมุนตามมา แต่สุดท้ายสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเปิดพื้นที่ให้คนในเมืองได้ทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำ
อยากเล่นกีฬา ก็มีพื้นที่และการสนับสนุน
อยากทำกิจกรรม ก็มีโอกาส
อยากรวมกลุ่ม ก็มีพื้นที่ให้ทดลอง
เพราะท้ายที่สุดแล้ว เวทีและโอกาสจะมีความหมายก็ต่อเมื่อคนกล้าที่จะคว้ามันไว้
ผู้เขียน
สรรเพชญ เกษสุดาภรณ์ศักดิ์
