
กิ๊บ – ฐิติชญา ชัยชาติ
อาสาคืนถิ่นรุ่น 8 จังหวัดเพชรบุรี
จุดเริ่มต้นของการกลับบ้าน
เล่าให้ฟังหน่อยว่า Life Project ที่กลับไปทำงานในพื้นที่ เป้าหมายที่อยากเห็นคืออะไร และมีเรื่องราวหรือเคสไหนระหว่างทางที่ประทับใจจนอยากนำมาเล่าให้ได้เห็นภาพไปพร้อมกันบ้าง ?
สำหรับ กิ๊บ – ฐิติชญา ชัยชาติ การกลับบ้านครั้งนี้เริ่มต้นจากการ “ทดลอง” เธอยังไม่กล้าบอกคนในพื้นที่ตรงๆ ว่า “กลับบ้าน” เพราะรู้ว่าคำถามที่ตามมาจะเป็นคำถามเดิมว่า “กลับมาทำอะไร” เธอจึงเลือกบอกว่ากำลังทดลองใช้ชีวิต ลองดูว่าถ้ากลับมาใช้ชีวิตแบบนี้แล้วจะอยู่ได้ไหม
สิ่งที่กิ๊บอยากทดลองทำคือการกลับมามองเห็นของดีในชุมชน โดยเฉพาะเรื่องการปลูกผักและการเกษตร เพราะเพชรบุรีเป็นพื้นที่ที่เธอมองว่ามีต้นทุนทางธรรมชาติที่ดีมาก ทั้งน้ำ ดิน กล้วยหอมทอง มะนาว และผลผลิตอีกมากมาย
สิ่งที่น่าสนใจคือ คนในพื้นที่อาจรู้เพียงว่าตัวเองปลูกอะไรและขายให้ใคร แต่กิ๊บกลับมองเห็นเส้นทางที่ไกลกว่านั้น มะนาวที่คนในบ้านปลูกอาจเดินทางไปถึงตลาดในกรุงเทพฯ กล้วยหอมทองที่เห็นอยู่ในบ้านอาจกลายเป็นอาหารที่คนเมืองซื้อกินในชีวิตประจำวัน อาหารที่เธอกินตอนอยู่กรุงเทพฯ จึงอาจเดินทางกลับมาจากบ้านของตัวเอง แต่การจะบอกคนในชุมชนตรงๆ ว่า “ของที่เรามีมันดีนะ” อาจไม่ง่าย กิ๊บจึงเลือกใช้เครื่องมือที่ตัวเองถนัด การถ่ายภาพ การทำวิดีโอ และการเขียน เพื่อเล่าเรื่องเหล่านั้นออกไป
เธอใช้เพื่อนที่มาจากข้างนอกเป็นคนช่วยเล่า พาเพื่อนไปดูต้นมะนาว กล้วยหอมทอง หรือต้นตาล แล้วกลับมานั่งคุยกันที่หน้าบ้าน โดยคนในครอบครัวนั่งฟังอยู่ด้วย คนในบ้านจึงได้ฟังเรื่องราวของบ้านตัวเองผ่านสายตาของคนอื่น และจากเรื่องเล่า ก็กลายเป็นภาพถ่ายและวิดีโอที่เก็บไว้เป็นหลักฐานว่า สิ่งที่เพื่อนคนนั้นเห็นและรู้สึกภูมิใจคืออะไร
หนึ่งในเคสที่กิ๊บประทับใจคือเรื่อง ตาลโตนด ตอนแรกเธอรู้สึกว่าต้นตาลเป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับคนเพชรบุรี แต่เมื่อเพื่อนอยากไปดู เธอก็พาไป และใช้การถ่ายภาพกับการเล่าเรื่องเป็นเครื่องมือ เมื่อโพสต์ภาพลง Facebook สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเกินกว่าที่เธอคาดไว้ เพราะหน่วยงานท้องถิ่นเข้ามาสนใจภาพเหล่านั้น เนื่องจากพวกเขามีหัวข้อเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างตาลโตนดอยู่แล้ว แต่ขาดภาพและเรื่องเล่าที่จะทำให้สิ่งนั้นถูกมองเห็น จากภาพหนึ่งชุดจึงเกิดการพูดคุย และนำไปสู่การชวนกันทำกิจกรรมร่วมกัน กิ๊บจึงเห็นว่า สื่ออาจเป็นเพียงเครื่องมือสำหรับเล่าเรื่อง และยังสามารถเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ชุมชนกลับมาเห็นคุณค่าของสิ่งที่ตัวเองมีได้อีกครั้ง
“คำคลาสสิก” ที่พบระหว่างทาง
เมื่อกลับมาทำงานกับชุมชน มีเรื่องอะไรที่รู้สึกว่าเป็น “คำคลาสสิก” หรือสิ่งที่มักพบเจออยู่เสมอ และเรียนรู้หรือรับมือกับสิ่งเหล่านั้นอย่างไร ?
กิ๊บเลือกใช้คำว่า “คิดแทนคนอื่น” เรามักคิดไปก่อนว่าเขาคงไม่มา เขาคงไม่สนใจ หรือเขาคงไม่อยากทำ แต่หลายครั้งเมื่อชวนจริงๆ กลับพบว่าเขาอยากมาและอยากมีส่วนร่วมมากกว่าที่คิด การถูกปฏิเสธก็เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้เช่นกัน เพราะบางครั้งเขาไม่ได้ปฏิเสธตัวเรา เพียงแค่วันนั้นเขาไม่ว่าง
กิ๊บจึงเรียนรู้ที่จะใจดีกับตัวเองมากขึ้น หากชวนแล้วคนไม่มา ก็เพียงไปชวนคนอื่นต่อ และกลับมาทำสิ่งที่ตัวเองถนัด เชื่อมโยงสิ่งนั้นเข้ากับชุมชน
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากบ้านดุง
ตลอดเกือบหนึ่งสัปดาห์ที่ได้มาเรียนรู้และใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านดุง มีอะไรบ้างที่ทำให้เห็นความแตกต่างจากบ้านของตัวเอง และหากเลือกนำสิ่งดีๆ จากบ้านดุงกลับไปพัฒนาบ้านหรือชุมชนของตัวเองได้หนึ่งอย่าง อยากนำอะไรกลับไป ?
สิ่งที่กิ๊บเห็นในบ้านดุงคือทรัพยากรที่มีอยู่มาก ทั้งสิ่งแวดล้อม ผู้คน และทุนของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นบ่อเกลือ นาเกลือ คำชะโนด รวมถึงการผสมผสานระหว่างความเป็นเมืองกับชนบทที่อยู่ใกล้กัน
แต่สิ่งที่เธอประทับใจที่สุดกลับเป็นเรื่องของคนรุ่นใหม่ เธอเห็นเพื่อนๆ ที่มีทั้งความกลัวและความกังวล แต่สุดท้ายยังเลือกที่จะกล้าชวนคนอื่น กล้าที่จะพาพื้นที่ของตัวเองออกมาให้คนอื่นเห็น
สิ่งที่กิ๊บอยากเอากลับไปคือ “ความกล้าบนความกลัว” เพราะเธอเองก็รู้ว่า ทุกครั้งที่กล้า เรายังกลัวอยู่ แต่ถ้าไม่ทำ สิ่งต่างๆ ก็จะไม่ดีขึ้น
ผู้เขียน
สรรเพชญ เกษสุดาภรณ์ศักดิ์
