
ท่ามกลางกระแสการหลั่งไหลของคนหนุ่มสาวจากชนบทสู่เมืองใหญ่เพื่อแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจ ชายหนุ่มชาวปกาเกอะญอคนหนึ่งกำลังดำเนินชีวิตทวนกระแส เขาทิ้งจังหวะชีวิตที่เร่งรีบในเมือง เพื่อกลับสู่รากเหง้า ณ บ้านเกิดบนดอยสูงที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับ “แนว” หรือ “จ๊อปิแนว” นายพงศธร แสงกระจ่างชื่น ชายผู้ที่กำลังพิสูจน์ว่า “บ้านเกิด” คือพื้นที่แห่งการพัฒนาและสร้างสรรค์ที่ไม่สิ้นสุด
ทำไมต้องกลับบ้าน: ความปรารถนาในการสร้าง “พื้นที่ของตัวเอง”
สำหรับแนว การกลับบ้านไม่ใช่การยอมแพ้ต่อชีวิตในเมือง แต่เป็นความมุ่งมั่นที่จะกลับไปสร้างรากฐานที่มั่นคงและยั่งยืนบนพื้นที่ที่เขารัก
“ผมคิดว่าในที่สุดเราก็ต้องกลับไปอยู่แล้ว การกลับไปครั้งนี้ไม่ใช่แค่กลับไปอยู่เฉย ๆ แต่เป็นความตั้งใจที่ อยากจะกลับไปพัฒนาสิ่งที่อยู่ที่บ้าน อยากจะมีอะไรที่อยากจะมีในสวนของตัวเอง”
แนวระบุชื่อที่อยู่ของเขาอย่างภาคภูมิใจ: “แนว” (ภาษาปกาเกอะญอเรียก จ๊อปิแนว) บ้านห้วยขมิ้นใน ต.แม่นาจร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ปัจจุบันเขาใช้ชีวิตแบบไป ๆ มา ๆ ระหว่างบ้านเกิดกับเมือง โดยมีพันธกิจสำคัญคือการปลูกต้นไม้ พัฒนาสวนกาแฟ และไม้ผลในพื้นที่ของตนเอง เป็นการค่อย ๆ ปรับตัวและเติบโตไปพร้อมกับต้นไม้ที่กำลังรอวันเก็บเกี่ยว

การคืนถิ่นครั้งแรก: จุดเริ่มต้นจาก “ผลไม้ที่ชาวบ้านขายไม่ได้”
การกลับบ้านในครั้งแรกของแนวได้นำไปสู่บทเรียนและโอกาสทางธุรกิจที่ไม่คาดคิด
เขาสังเกตเห็นว่าช่วงฤดูเก็บเกี่ยวของผลไม้ชนิดหนึ่งคือ “กู๊ดเบอร์รี่” (Gooseberry) ผลผลิตจำนวนมากเกิดความเสียหายและชาวบ้านไม่สามารถหาช่องทางจำหน่ายได้ทัน นี่คือจุดที่ “แนวคิด” ของคนรุ่นใหม่ถูกนำมาใช้
“พอเห็นว่ามันเสียเยอะมาก ชาวบ้านขายไม่ได้ ผมเลยคิดว่าควรช่วยชาวบ้านยังไงดี ก็เลยลองแปรรูปออกมาเป็น ‘กู๊ดเบอร์รี่อบแห้ง’ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจและไม่มีที่อื่น มีแค่ที่นี่ที่เดียว”
แนวใช้กระบวนการง่าย ๆ ในการแปรรูป โดยการนำผลกู๊ดเบอร์รี่มาแช่น้ำปูน เชื่อม และนำไปอบแห้ง ซึ่งการแปรรูปนี้ไม่เพียงแต่ช่วยยืดอายุของผลผลิต แต่ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลไม้ที่เคยถูกมองข้าม

ข้อค้นพบสำคัญ: ทรัพยากรที่มีอยู่และบทเรียนที่ต้องเรียนรู้
หลังจากที่กู๊ดเบอร์รี่อบแห้งกลายเป็นผลิตภัณฑ์ แนวได้เรียนรู้ว่า การเริ่มต้นธุรกิจในชุมชนมีอะไรที่ลึกซึ้งกว่าแค่การลงมือทำ
“ผมเจอว่าทรัพยากรในชุมชนเยอะมาก มีอีกหลายปัจจัยที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม มันไม่ใช่ว่าเจอแล้วทำได้เลย มันต้องมีวิธีการ และต้องเรียนรู้เพิ่มเติมเยอะมาก”
สิ่งที่แนวค้นพบคือ คุณค่าที่คนในชุมชนมองเห็นจากการลงมือทำของเขา
“ผมว่าคนในชุมชนได้มองเห็นคุณค่าของผลไม้ของเขาแล้ว ปกติเขาจะปลูกกู๊ดเบอร์รี่สดขาย แต่พอเขาเห็นเราทำแบบอบแห้ง เขาก็สนใจว่าแนวคิดนี้ดีและสามารถต่อยอดได้เรื่อย ๆ มันเป็นส่วนหนึ่งที่เราทำให้เขาดู”
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่รออยู่คือ “ตลาด” แม้ผลิตภัณฑ์จะน่าสนใจและขายได้ดีในช่องทางโซเชียลมีเดีย แต่แนวก็ยอมรับว่าการบริหารจัดการให้พร้อมรองรับความต้องการที่เยอะมากนี้ เป็นสิ่งที่เขาต้องเรียนรู้และพัฒนาเพิ่มเติม

มุมมองต่อการกลับบ้าน: “ไม่ควรหายไปเลย”
แนวมีความคิดเห็นที่ชัดเจนเกี่ยวกับความจำเป็นของการกลับบ้านของคนรุ่นใหม่ในสถานการณ์ปัจจุบัน
“คนรุ่นใหม่ที่กลับบ้านคือคนที่มีสกิลและความสามารถ ถ้าเราออกจากหมู่บ้านไปหมดเลย เหลือแต่พ่อแม่ปู่ย่าตายาย มันก็จะไม่มีแนวคิดใหม่ ๆ ให้เขา”
การกลับบ้านของคนรุ่นใหม่จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการนำพาความรู้ แนวคิดใหม่ และทักษะจากโลกภายนอกมาจุดประกายและส่งต่อให้กับชุมชน เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง
“กลับเร็วกลับช้ามันไม่สำคัญเท่าวันใดวันนึงเราจะกลับไป ค่อย ๆ ปรับ ค่อย ๆ เติบโตไป ค่อย ๆ เอาที่สะดวก แต่ไม่ควรหายไปเลย”
คำแนะนำถึงผู้ที่อยากกลับบ้าน: เดินช้าหน่อย แต่อาจจะเดินไกล
แนวส่งสารที่เปี่ยมด้วยความเข้าใจและความจริงใจไปยังคนรุ่นใหม่ที่กำลังลังเลใจอยากกลับบ้าน:
“ผมว่าการกลับบ้านไม่ได้เสียหายอะไร เอาที่ทุกคนพร้อมที่จะกลับไป หรือจะใช้ระยะเวลาสั้น ๆ กลับไปดูตัวเองก่อน แล้วค่อยศึกษาเพิ่มเติม แล้วค่อยกลับมาก็ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างมันมีช่วงเวลาของมันอยู่แล้ว”
เขาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเริ่มต้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ต้องรีบร้อน “เดินช้าหน่อย แต่อาจจะเดินไกล” คือปรัชญาที่เขาใช้ในการดำเนินชีวิตและพัฒนาบ้านเกิด
นอกจากนี้ แนวเล่าถึงความสำเร็จส่วนตัวอีกอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น นั่นคือ การเขียนหนังสือ จากประสบการณ์ที่เขาเคย “ผลัดถิ่น” ไปยังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเขาบันทึกเรื่องราวความแตกต่างระหว่างสองชาติ โดยมีชาติพันธุ์ปกาเกอะญอเป็นแกนกลางในการเล่าเรื่อง
“การเขียนหนังสือเป็นอะไรที่ลึกซึ้งที่สุดแล้ว ถ้าพูดถึงชีวิต ชีวิตนี้ผมทำอันนี้สำเร็จ ถือว่าผมประสบความสำเร็จแล้ว”
การกลับบ้านของปิแนว จึงไม่ใช่เพียงแค่การกลับไปปลูกต้นไม้ แต่คือการปลูก “เมล็ดพันธุ์แห่งความสำเร็จ” ที่งอกงามจากการเชื่อมโยงความรู้สมัยใหม่ เข้ากับความมั่งคั่งทางทรัพยากรและภูมิปัญญาในผืนดินบ้านเกิดของเขาเอง
ผู้เขียน: สุกฤต ปิ่นเพชร
